We are zeallest blog. บล็อกที่ถ่ายทอดเรื่องราวที่เผ็ดร้อนที่สุด ^_^ kevenza@zealbloging.com
ปัญหาเรื่องความรักก่อนวัยอันควรนั้น เป็นปัญหาสังคมที่มีมานานพอสมควรซึ่งแก้ไขกันไม่จบไม่สิ้นสักที มีนักวิชาการและผู้มีความรู้หลายท่านได้ออกมาเสนอแนวคิดและต้นเหตุของเรื่องและวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆมากมาย ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยบางส่วนในเรื่องครอบครัวต้องเอาใจใส่ดูแลเด็กให้มากขึ้น แต่บางอย่างก็ไม่ค่อยจะเห็นด้วยสักเท่าไรครับเพราะเหมือนการแก่ปัญหาที่ปลายเหตุเสียมากกว่าครับ
ส่วนตัวของผมเองก็ต้องการที่จะนำเสนอแง่คิดที่แตกต่างจากที่คุณผูอ่านเคยได้ยินมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่หลายๆท่านอาจทราบดีแต่ไม่เคยสนใจขอยกตัวอย่างเกี่ยวกับตัวเด็กชายเสียส่วนใหญ่ก็แล้วกันครับ เพราะว่าเด็กผู้ชายมักมีปฏิกิริยากับเรื่องพวกนี้ค่อนข้างสูง ขอเรียงเป็น 2 สาเหตุหลักก็แล้วกันครับ
สาเหตุแรกมาจากตัวสื่อโฆษณาครับเหมือนๆกับที่คุณอาจเคยได้ยินมา คุณเคยชมโฆษณานมผงแบรนด์ดังๆบ้างมั้ยครับ (มันเกี่ยวกันเหรอ!!) เค้ามักจะนำเสนอด้านพัฒนาการของต่างๆของเด็กครับว่าเมื่อดื่มนมของแบรนด์นี้ลูกคุณจะมีพัฒนาการที่ดีมากๆๆ +_+ “แล้วมันจะเกี่ยวกันมั้ยเนี่ย” คุณลองสังเกตุให้ดีครับจะมีโฆษณาบางตัวที่นำเสนอพัฒนาการ “จีบเด็กผู้หญิง” ของเด็กชายด้วยแหละยิ่งเมื่อเร็วๆนี้ มีโฆษณานมผงแบรนด์ดังแห่งหนึ่งในโฆษณามีเด็กชายแอบหอมแก้มเด็กหญิงด้วยแหละ @!@ นี่ต่างหากที่เราต้องถามว่า “เกี่ยวกันมั้ยเนี้ย” (เหมือนจะน่ารักน่ะ แต่ผมว่าน่าคิดน่ะเวลาที่เด็กได้ดูได้ชม)
มาดูประการที่ 2 อันนี้ใกล้ตัวมั่กมั่กครอบครัว+ญาติพี่น้องครับ อันนี้ก็ของแน่อยู่แล้ว อ่ะยังไง^-^
บุคคลเหล่านี้ถือว่ามีอิทธิพลอย่างมากครับ “อันนี้ก็กรณีเด็กชายเหมือนกัน” เวลามีผู้ใหญ่มาเยี่ยมก็มักถามทุกข์ สุขอยู่บ่อยครั้ง แล้วมันจะต้องมีคำถามยอดฮิตแหลมออกมา เมื่อรู้ว่าเด็กโตเข้าโรงเรียนแล้ว
“โตเป็นหนุ่มแล้วนะเนี่ย” คำชมนี้รับได้ครับ^_^ “มีแฟนรึยังเอ่ย” อันนี้มันไม่ใช่ประเด็นแล้วน่ะ #_# เด็กก็จะบอกว่าไม่มี คุณผู้ใหญ่ทั้งหลายก็จะพากันแซวว่า “จริงอ่ะ” เด็กก็เขิลลอายม้วนสิคราวนี้
อีกกรณีคือธรรมดาของเด็กที่เข้าโรงเรียนแล้วมักจะมีเพื่อนสนิท แต่ถ้าเป็นเพื่อนสนิทที่เป็นเด็กหญิงละ ไปไหนก็จับมือเดินไปด้วยกัน ^-^ น่ารักจัง แต่คุณผู้ปกครองทั้งหลายพอเห็นก็จะชอบแซวอย่างโน้นอย่างนี้เด็ก็อายไม่เป็นอันทำอะไรกันละ (คิดดูสิครับเมื่อเด็กโดนแซวอย่างนั้นความรู้สึกที่มีอยู่ระหว่างเพื่อนจะเป็นยังไงบ้าง) เรื่องที่กล่าวมามันไร้สาระ(สำหรับบางคน)แต่มันน่าคิดสำหรับคนที่มีบุตรหลานน่ะ
เรื่องราวแนวคิดที่ผมได้กล่าวมาหลายคนอาจจะมองว่ามันไม่ใช่มันไร้สาระ “เด็กมันไม่คิดอะไรหรอก” กรุณาอย่าอ้างคำนี้ครับเด็กในช่วงวัย 3-7 ปี เนี้ยยังคิดไม่เป็นยังไม่รู้เรื่องก็จริงแต่ “เด็กกำลังคิดและกำลังจำ” กำลังจินตนาการถ้าเกิดมีเรื่องราวเหล่านี้มากระตุ้นเข้าก็จะเหมือนสนับสนุนแล้วมันก็จะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ควรจะเป็น แนวคิดของผมเรื่องนี้อาจจะไปซ้ำกับใครหลายๆคนแต่ผมเชื่อว่าทุกแนวคิดของผมที่เขียนมานั้นก็เพื่อจะกระตุ้นจิตสำนึกและความรับผิดชอบในเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่คุณไม่ควรละเลย
“ดีใจที่ได้นำเสนอเรื่องราวดีๆและหวังว่าผู้ที่ได้อ่านจะเห็นด้วยกับผมครับ”
Post By Jzeal
Leave a reply