ต่อจากตอนที่แล้วซึ่งผมเองก็ได้ชี้ผลข้างเคียง (เรียกว่าผลค้างคู่ก็ได้น่ะอิอิ) ของการตัดอัณฑะไปแล้วข้อมูลที่ได้กล่าวมาผมไม่ได้พูเองพิมพ์เองน่ะครับ  แต่เป็คุณหมอที่ให้ข้อมูล  มาพูดเรื่องของการค้นพบตัวเองดีกว่าจ๊ะ  ก่อนที่น้องแต๋วจะตัดสินใจอะไรเพียงเพราะแรงยุหรือกระแสของเพื่อนแต๋ว  จะขอเล่าให้ฟังเกี่ยวกับประสบการณ์เรื่องแปลงเพศจากชายเป็นหญิง   ให้อ่านพอดีผมเองได้มีโอกาสอ่านเรื่องราวของสาวประเพศ 2 ท่านหนึ่งที่ได้เขียนเรื่องราวชีวิตของเธอแล้วก็ได้เขียนเรื่องตอนที่เธอจะแปลงเพศด้วย เธอบอกว่าก่อนที่จะได้รับการผ่าตัดแปลงเพศในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งนั้นมันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ  จะต้องเข้าพบจิตแพทย์เป็นระยะ  หลายครั้งด้วยนัดแต่ละทีให้ทำข้อสอบอะไรก็ไม่รู้เป็นพันๆ ข้อ ถามซ้ำๆ กันบ้าง ทำอย่างนี้อยู่หลายสัปดาห์ บางครั้งหมอก็ให้รูปภาพมาเป็นสิบ  แล้วให้เขียนบรรยายความรู้สึกที่มีต่อภาพนั้น (ภาพละ 1 หน้ากระดาษเอ4) คิดดูสิน่ารำคาญจริงเชียวกว่าจะได้เฉาะเนี้ย *_* ลำบากเนาะ   แต่แล้วเมื่อผ่านขั้นตอนนี้ไปได้คุณหมอก็มาเฉลยว่าที่ให้ทำไปทั้งหมอเนี้ย ก็เพื่อทดสอบความอดทนของตัวเราเพราะการแปลงเพศคือการเปลี่ยนแปลงทั้งชีวิต   บางคนทนไม่ไหวก็ไม่มาตามที่นัด  สรุปว่าพี่แต๋วท่านนี้ผ่านครับได้ผ่าตัดสมใจ    นี้จึงเป็นอีกบททดสอบตัวเองว่า “เราค้นพบตัวตนที่แท้จริงรึยัง” สำหรับการเปลี่ยนแปลงตัวคุณเองตลอดชีวิต   นี้แค่ย่อๆน่ะแต่ผมคิดว่าคงพอจะเป็นคติเตือนใจให้ พี่แต๋ว น้องแต๋วหลายๆคน  หวังว่าเรื่องที่นำมาเล่าจะมีประโยชน์แก่ผู้อ่านไม่มากก็น้อย  อ้าแล้วอย่าหลงดีใจละถ้าเกิดสถานที่ที่คุณไปผ่าตัดนั้นเค้าไม่ได้ทดสอบผู้ป่วยอย่างที่ผมกล่าวมา ขอบคุณที่มาเยี่ยมบล็อกน่ะครับ