หลังจากที่เขียนวิจารณ์การทำงานของรถไฟไทยด้อยพัฒนาไปเมื่อไม่นานมานี้  วันนี้ผมมีข่าวเด็ดของรถไฟไทยมาเล่าสู่วิจารณ์ป่นด่าในใจให้ได้อ่านกันครับ   เมื่อประมาณวันพุธที่ 28 พฤษภาคม พอดีป้าของผมได้มีโอกาสใช้บริการรถไฟดีเซลรางปรับอากาศขบวนหนึ่งเพื่อเดินทางไปยังกรุงเทพฯ  รถไฟขบวนที่ว่านี้มาถึงสถานีอำเภอของผมประมาณสายๆ น่าจะเก้าโมงเช้ากว่าๆ นะครับ  รถไฟขบวนนี้เป็นตู้ปรับอากาศ 2 โบกี้ อีก 2 โบกี้ข้างหลังเป็นพัดลมครับ   พอถึงสถานีป้าผมก็ขึ้นรถไปอย่างสบายใจเป็นปกติธรรมดาไม่มีอะไรผิดสังเกตุ  ก็นั่งไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าถึงตรงไหนแต่น่าจะก่อนถึงสถานีสีคิ้ว  บังเอิญว่ามี “ควัน” จากห้องเครื่องรึเปล่าแต่คิดว่าใช้มันพุ่งพลานออกมาในห้องผู้โดยสารที่ป้าของผมนั่งอยู่พอดี   “ให้ตายสิอะไรกันเว้ยรถไฟไทย” มันมีควันออกมาด้วยแหละก๊าๆ ไม่ใช้เจ้าพอเซี่ยงไฮ้หรือแสดงคอนเสิร์ตน่ะจะบ้าเหรอ  มีอุบัติเหตุขนาดนี้มันยังไม่ยอมเปิดประตูให้ผู้โดยสารหนีตายอีก “ไอ้บ้า..ไอ้….ถ้าป้าตูเป็นอะไรน่ะ..หึ้ม!!!!!!  เอากะมันสิครับคุณผู้อ่านให้มันได้งี้ ลืมบอกไปนอกจากควันแล้วยังมีเสียงดังน่ากลัวจากตัวเครื่องอีกต่างหาก  สรุปว่าก็ต้องถ่ายผู้โดยสารไปยังโบกี้พัดลมกระมังครับพี่น้อง  ส่วนโบกี้ปรับอากาศสุดหรูสังกะบ๊วยก็ถอดมันทิ้งไว้ที่สีคิ้วนั้นแหละครับ
       เป็นยังไงบ้างครับประสบการณ์ที่นำมาฝากสดๆ ร้อนๆ (ดีน่ะป้าผมไม่เป็นอะไรไป) ประชาชนคนไทยที่ได้อ่านตอนนี้รู้ซึ่งถึงกึ๋นไม่ครับว่า การบริหารของหน่วยงานรถไฟไทยนั้น  พูดว่าแย่คงน้อยไปเพราะสิ่งที่เค้าไม่สนใจนั้นมันคือชีวิตของผู้โดยสารทุกคนในขบวนรถเลยน่ะครับ ไม่รู้ว่าต้องรอกันอีกเมื่อไรประเทศไทยถึงจะหายป่วยสักทีฉะนั้นพวกเราคนไทยทุกคนจึงควรรู้รักสามัคคีกันเข้าไว้น่ะครับ  ฮ้อๆๆๆเกือบลืมเรื่องการรถไฟจะว่าไปอยากตั้งชื่อให้พวกเขาใหม่จังเลยว่า “องค์การลูกเมียน้อย” ก็เพราะมันไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เลยน่ะสิครับคุณผู้อ่าน

ขอบคุณครับที่อ่านแล้วคอมเม้นให้